สาระน่ารู้


.......สาระน่ารู้ของเราที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นกฏบัตร ที่เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่ง ICOMOS ซึ่งเป็นองค์การหนึ่งที่ได้รับผิดชอบทางด้านการท่องเที่ยว
ระหว่างประเทศ และได้ตระหนักถึงแนวโน้มของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความสนใจ
จากบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่มีใจรักในการศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างจากประเทศของตน
และแน่นอนว่าผลที่จะตามมาย่อมมีทั้งด้านบวกและด้านลบ จึงได้มีการร่วมกันทำความตกลง
ในเรื่องดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางรองรับการเติบโตและผลกระทบที่จะตามมาในอนาคต.........

วัตถุประสงค์ของกฏบัตร

เพื่อที่จะเสริมสร้าง และอำนวยความสะดวกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ และการจัดการ
มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญๆ ต่างๆ ในท้องถิ่น

เพื่อที่จะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการที่จะร่วมกันประชาสัมพันธ์และจัดการ
ทางด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยตระหนักถึงการเสริมสร้างมรดกและวัฒนธรรมการดำเนินชีวิต
ของผู้คนในท้องถิ่น

ส่งเสริมให้มีการอภิปรายและพูดคุยกันถึงประเด็นของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
และการธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเน้นเกี่ยวกับความสำคัญของการร่วมมือกันของทุกฝ่ายและคำนึงถึง
ความสูญเสียที่จะตามมาเนื่องจากว่า ธรรมชาติของสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒธรรมต่างๆนั้น
ค่อนข้างมีความบอบบาง และกระทบกระเทือนต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความรู้สึกของคนในท้องถิ่นง่าย
ดังนั้น ทุกคนจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าให้คงอยู่ต่อไป

ี่ เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้มีการวางแผนและกำหนดนโยบายต่างๆ เพื่อการพัฒนา
รวมทั้งมีการกำหนดกลยุทธ์ การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ การวัดผลการดำเนินการ ตลอดจนมีการ
นำเสนอหรือเผยแพร่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒธรรมและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นไปในแนวทาง
ที่จะเป็นสงวนและอนุรักษ์

Principles of the Cultural Tourism


กฏข้อที่1

.......การท่องเที่ยวในปัจจุบันนั้นไม่เพียงแต่เดินทางภายในประเทศเท่านั้นแต่การเดินทางเพื่อท่องเที่ยว
ระหว่างประเทศก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน จึงเป็นเหมือนสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน
และสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจทางวัฒนธรรมระหว่างกัน ......

ดังนั้น การที่จะร่วมกันอนุรักษ์ควรที่จะต้องมีความรับผิดชอบ และมีการจัดการกับโอกาสที่ดีเช่นนี้
โดยสิ่งสำคัญประการแรก นั่นคือการสร้างเสริมให้เกิดความเข้าใจระหว่างคนในท้องถิ่น
และนักท่องเที่ยว

มรดกทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม จัดว่าเป็นทรัพยากรทั้งที่เป็นวัตถุและจิตวิญญาณ
เป็นสิ่งที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ตั้งแต่ครั้งอดีต และเป็นสิ่งที่มีบทบาท
สำคัญในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน และควรที่จะได้มีการนำเสนอหรือเผยแพร่ออกสู่สาธาณชน

การที่จะสร้างแผนงานเพื่อเป็นการอนุรักษ์และปกป้องมรดกที่สำคัญต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือแม้แต่วัฒนธรรมร่วมสมัยที่แสดงออก
ให้เห็นในปัจจุบันก็ควรที่จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และรวมถึงการสำนึกในบุญคุณ
ของบรรพบุรุษ โดยการดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสมและถูกต้อง


ในมุมมองของบุคคลแต่ละคนนั้น การรับรู้ถึงคุณค่าของมรดกทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรม
นั้นค่อนข้างที่จะแตกต่างกัน บ้างก็เรียกว่าเป็นค่านิยมสากล ค่านิยมของชาติ ของพื้นที่ ของท้องถิ่น
แผนการหรือแนวทางที่จะลงมือปฏิบัติ ควรที่จะมีความสอดคล้องกับความเชื่อหรือค่านิยม
ของคนในท้องถิ่นและตัวนักท่องเที่ยวด้วย รวมทั้งการกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจ จะต้องอาศัยสื่อ
และเทคโนโลยีต่างๆ ตลอดจนการนำเสนอข้อมูลข่าวสารจะต้องมีความเหมาะสมกับวัฒนธรรม
ในปัจจุบันเช่นกัน

นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการสร้างการรับรู้ต่อสาธารณชน
ให้ร่วมกันตระหนัก และร่วมมือกัน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์มรดก
ที่มีค่าต่างให้คงอยู่ต่อไปภายภาคหน้า

กฏข้อที่ 2.

์ระหว่างการท่องเที่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ค่อนข้างที่จะมีความสัมพันธ์
์กันแบบซับซ้อน และบางครั้งก็เกิดความขัดแย้งกันขึ้น
สิ่งสำคัญจึงควรที่จะมีการจัดการในทางที่จะสร้างความยั่งยืนต่อไปทั้งในปัจจุบันและอนาคต

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับคนในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญ
ในการที่จะพัฒนาสังคมและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ถือเป็นสิ่งที่จะต้องสงวนและอนุรักษ์
ให้คงอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าทั้งที่เป็น แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
ิหรือจะเป็นโบราณวัตถุที่มีค่าต่อการศึกษา และมีความสมบูรณ์อยู่ในขณะนี้

ดังนั้น นโยบายเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวจึงมีความจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ
ด้านต่างๆ เช่น ด้านสังคมและวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมืองและ กฏหมาย

ปฏิกิริยาระหว่างการท่องเที่ยวกับมรดกหรือคุณค่าทางวัฒนธรรมนั้นค่อนข้างที่จะซับซ้อน
และสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง หรือก่อให้เกิดทั้งโอกาสและอุปสรรคได้ในเวลาเดียวกัน
การพัฒนาโครงการ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ จึงควรที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ในทางบวก
และส่งผลกระทบในทางลบ ต่อสถานที่และวิถีการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่นน้อยที่สุด
ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะตอบสนองความความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เช่นกัน

กฏข้อ 3.

การวางแผนการท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ โดยเฉพาะโบราณสถานที่สำคัญต่างๆ จะต้อง
มั่นใจได้ว่านักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่า มีความพึงพอใจตามความคาดหว

แผนการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ นั้นการนำเสนอข้อมูลต่างๆ
ควรที่จะนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทำให้นักท่องเที่ยวรับรู้และเข้าใจ
ถึงความสำคัญและความจำเป็นในการที่จะต้องมีการปกป้องรักษามรดกที่สำคัญเหล่านั้นไว้
แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับการเยี่ยมชมและศึกษาโดยอิสระ
ในขอบเขตที่กำหนดเพื่อป้องกันหรือลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

ทางด้านของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว บริษัทจัดนำเที่ยว
นักวางแผน กำหนดนโยบายต่างๆ สิ่งที่สำคัญคือการให้ความเคารพในสถานที่เหล่านั้น
และควรที่จะปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
มีความรับผิดชอบในการกระทำของตน หลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฏหมาย
ในส่วนของกิจกรรมการท่องเที่ยวที่จัดขึ้นจะต้องคำนึงถึง ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย
และนักท่องเที่ยวได้รับความรู้ ความเพลิดเพลิน และสิ่งสำคัญคือจะต้องไม่ทำความเสียหาย
หรือทำลายโบราณสถาน หรือโบราณวัตถุในขณะที่เข้าเยี่ยมชม

กฏข้อที่ 4.
ชุมชนท้องถิ่นจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว

ชุมชนในท้องถิ่นมีสิทธิและการได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว หรือจะเป็น
กลุ่มคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจที่เกี่ยวข้องควรที่ให้ความเคารพ และมีความรับผิดชอบต่อกิจกรรม
เพราะถือเป็นสมบัติส่วนรวมของทุกคนในท้องถิ่นที่ต้องร่วมกันดูแลรักษา
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ทุกคนในท้องถิ่นจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนการ เป้าหมาย
กลยุทธ์ รวมทั้งนโยบายในการจัดการ บริหารงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ ตลอดจนร่วมกัน
ทำความตกลง แก้ปัญหาขจัความขัดแย้งระหว่างความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
และผู้ประกอบการท่องเที่ยว